Table of Contents

เชื่อว่าร้านค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางTikTok Live Instagram ต่างก็เคยประสบปัญหาออร์เดอร์ตกหล่น ส่งสินค้าแล้วหาย หรือสินค้าหมดแต่ไม่ทราบ ในบทความนี้จะพามารู้จักกับ OMS คืออะไร OMS ช่วยแก้ปัญหาหาสินค้าได้อย่างไร ธุรกิจไหนควรใช้ เพื่อขจัดปัญหาออร์เดอร์ต่างๆ

OMS คืออะไร ?

OMS ย่อมาจาก Order Management System หรือ ระบบจัดการออเดอร์ เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า ตั้งแต่การรับออเดอร์ จัดการสต็อกสินค้า จัดส่งสินค้า ไปจนถึงการติดตามสถานะการจัดส่ง โดย OMS จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มยอดขาย

OMS  Symtem  ใช้ทำอะไร?

OMS ช่วยจัดการออเดอร์จากหลายช่องทาง

ช่วยให้สามารถจัดการออเดอร์จากทุกช่องทางการขายของ  ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ โซเชียลมีเดีย หรือ แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสต่างๆ ได้ในระบบเดียว

OMS ช่วยติดตามสถานะออเดอร์

ช่วยให้สามารถติดตามสถานะออเดอร์แบบเรียลไทม์ ตรวจสอบว่าสินค้าอยู่ขั้นตอนไหนแล้ว ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งเองได้ จัดการสต็อกสินค้า ช่วยให้คุณสามารถติดตามจำนวนสินค้าคงคลังได้แบบเรียลไทม์ ป้องกันปัญหาสินค้าหมดสต็อก หรือ สินค้าเกินสต็อก

OMS ช่วยจัดส่งสินค้า

ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับบริษัทขนส่งต่างๆ เพื่อจัดส่งสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 

OMS ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

 ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขาย สินค้าคงคลัง และ ประสิทธิภาพของการจัดส่ง เพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจของคุณ

OMS มีกี่ประเภท ตัวอย่าง Vendor

OMS หรือ Order Management System แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1. OMS ที่เน้นเรื่องการบริหารสต็อก

OMS ประเภทนี้จะเน้นฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับคลังสินค้า เช่น การบริหารปริมาณสินค้า การจัดการสินค้าเข้า-ออก การตรวจสอบสินค้าคงคลัง การเติมสินค้าอัตโนมัติ ฯลฯ

ตัวอย่าง Vendor: Zort, X-Commerce, Ketshopweb

2. OMS ที่เน้นเรื่องช่องทางการขาย

OMS ประเภทนี้จะเน้นฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับการขายสินค้าบนหลายช่องทาง (Omnichannel) เช่น การเชื่อมต่อกับ Marketplace ต่างๆ การจัดการออเดอร์จากทุกช่องทาง การวิเคราะห์ข้อมูลการขาย ฯลฯ

ตัวอย่าง Vendor: Ketshopweb, Page365, Socialized

3. OMS ที่เน้นเรื่องแชท

OMS ประเภทนี้จะเน้นฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับการตอบแชทลูกค้า เช่น การเชื่อมต่อกับระบบแชทต่างๆ การตอบคำถามอัตโนมัติ การแจ้งเตือนสถานะออเดอร์ ฯลฯ

ตัวอย่าง Vendor: Respond.io, Chatwoot, Zendesk

OMS ช่วยแก้ปัญหาหาสินค้าได้อย่างไร

1. รวมข้อมูลสินค้า

ช่วยรวบรวมข้อมูลสินค้าจากทุกช่องทางขายไว้ในระบบเดียว ทำให้ผู้ขายสามารถดูข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ได้ง่าย โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบสต๊อกสินค้าจากหลายๆ แหล่ง

2. สินค้าหาย

ช่วยให้ผู้ขายสามารถติดตามสถานะสินค้าได้อย่างละเอียด ตั้งแต่การสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง จนถึงการรับสินค้า

3. สินค้าคงคลังใกล้หมด

OMS สามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อสินค้าคงคลังใกล้หมด ช่วยให้ผู้ขายสามารถสั่งซื้อสินค้าใหม่ได้ทันเวลา ป้องกันปัญหาสินค้าขาดตลาด

ตัวอย่างการใช้งาน OMS ในการแก้ปัญหาหาสินค้า

ร้านค้าออนไลน์ มักมีสินค้าขายหลายรายการบนหลายช่องทาง เช่น Lazada, Shopee, Facebook Marketplace การใช้ OMS ช่วยให้ร้านค้าสามารถดูข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเดียว โดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบสต๊อกสินค้าจากหลายๆ แหล่ง

หากต้องการทราบว่าสินค้าตัวไหนขายดีและสินค้าตัวไหนขายช้า การใช้ OMS ช่วยให้ร้านค้าสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าและตัดสินใจเลือกสินค้ามาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของระบบ OMS ต่อธุรกิจออนไลน์

ระบบจัดการคำสั่งซื้อ (OMS) เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ ช่วยให้การจัดการออเดอร์ สินค้า และคลังสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

1. จัดการออเดอร์จากทุกช่องทางได้อย่างสะดวก

OMS รวบรวมออเดอร์จากทุกช่องทางขาย เช่น เว็บไซต์, มาร์เก็ตเพลส, โซเชียลมีเดีย ไว้ในระบบเดียว ช่วยให้ผู้ขายสามารถตรวจสอบ จัดการ และติดตามสถานะออเดอร์ได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายแพลตฟอร์ม

2. เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง

OMS ช่วยติดตามจำนวนสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ ป้องกันปัญหาสินค้าหมดหรือ overstock ช่วยให้ผู้ขายสามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัดสินใจได้ถูกต้องแม่นยำ

3. ลดข้อผิดพลาด

ช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน manual เช่น การจัดส่งสินค้าผิด หรือการจัดส่งสินค้าล่าช้า ช่วยให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

4. เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

OMS ทำให้ผู้ขายสามารถติดตามสถานะออเดอร์ แจ้งเตือนลูกค้า และตอบคำถามเกี่ยวกับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าตรงเวลาและเกิดประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้า

5. รองรับการเติบโตของธุรกิจ

OMS สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจ ช่วยให้ผู้ขายสามารถจัดการกับออเดอร์จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน

6. วิเคราะห์ข้อมูล

ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย ข้อมูลสินค้าคงคลัง และข้อมูลลูกค้า ช่วยให้ผู้ขายสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ช่วยให้ผู้ขายสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดการออเดอร์ สินค้า และคลังสินค้า

OMS เหมาะกับใคร?

ระบบ OMSเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการจัดการออเดอร์และสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจที่

1. ธุรกิจที่ขายสินค้าหลายช่องทาง

หากคุณขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลาย ๆ แห่ง เช่น Facebook, Instagram, Shopee, Lazada, Website ของตัวเอง ฯลฯ ระบบ OMS จะช่วยรวมออเดอร์จากทุกช่องทางไว้ที่เดียว ช่วยให้จัดการออเดอร์ได้สะดวก ไม่ตกหล่น

2. ธุรกิจที่ มีออเดอร์จำนวนมาก

หากธุรกิจของคุณมีออเดอร์เข้ามาจำนวนมาก การจัดการด้วยระบบแมนนวลอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ระบบ OMS จะช่วยจัดการออเดอร์ให้เป็นระบบ ตรวจสอบสถานะออเดอร์ สต๊อกสินค้า และจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว

3.  ธุรกิจที่ต้องการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ระบบ OMS ช่วยลดเวลาและขั้นตอนในการจัดการออเดอร์ ช่วยให้จัดการสต๊อกสินค้าได้แม่นยำ ประหยัดเวลาในการแพ็คสินค้า และจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

4.  ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย

ระบบ OMS ช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลการขาย สินค้าคงคลัง ข้อมูลลูกค้า ฯลฯ ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า พัฒนากลยุทธ์การขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้

ที่ M-Creation เรามีบริการ OMSพร้อมให้คำปรึกษาและ ช่วยจัดการออร์เดอร์ให้ธุรกิจคุณ ด้วยการออกแบบระบบ OMS ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลกำไร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม คลิก !

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ OMS คืออะไร

OMS ย่อมาจากอะไร

OMS ย่อมาจาก Order Management System หรือ ระบบจัดการออเดอร์ เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า ตั้งแต่การรับออเดอร์ จัดการสต็อกสินค้า จัดส่งสินค้า ไปจนถึงการติดตามสถานะการจัดส่ง โดย OMS จะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มยอดขาย

Order Management มีอะไรบ้าง

OMS หรือ Order Management System แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้
1. OMS ที่เน้นเรื่องการบริหารสต็อก เน้นฟีเจอร์ที่เกี่ยวกับคลังสินค้า เช่น การบริหารปริมาณสินค้า การจัดการสินค้าเข้า-ออก การตรวจสอบสินค้าคงคลัง การเติมสินค้าอัตโนมัติ
2. OMS ที่เน้นเรื่องช่องทางการขาย เน้นเกี่ยวกับการขายสินค้าบนหลายช่องทาง (Omnichannel) เช่น การเชื่อมต่อกับ Marketplace ต่างๆ การจัดการออเดอร์จากทุกช่องทาง การวิเคราะห์ข้อมูลการขาย
3. OMS ที่เน้นเรื่องแชท เน้นการตอบแชทลูกค้า เช่น การเชื่อมต่อกับระบบแชทต่างๆ การตอบคำถามอัตโนมัติ การแจ้งเตือนสถานะออเดอร์

การจัดการคำสั่งซื้อ คืออะไร

การจัดการคำสั่งซื้อ (Order Management) คือ กระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อสินค้า ตั้งแต่ลูกค้าทำการสั่งซื้อจนถึงได้รับสินค้า โดยระบบ OMS สามารถช่วยให้คุณการจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่จัดการออเดอร์จากหลายช่องทาง ติดตามสถานะออเดอร์ จัดส่งสินค้า เชื่อมต่อกับบริษัทขนส่งต่างๆ เพื่อจัดส่งสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และวิเคราะห์ข้อมูลการขาย สินค้าคงคลัง และ ประสิทธิภาพของการจัดส่ง เพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจของคุณ

Share :

Facebook