ERP คืออะไร ทำไมต้องทำระบบ EP เพื่อให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด?

M-Creation เข้าใจความสำคัญของระบบ ERP สำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน เราจึงมุ่งมั่นนำเสนอบริการ และโซลูชั่น ERP System ที่ครบวงจร ผ่านบริการของเรา คือการวิเคราะห์ความต้องการของธุรกิจ เพื่อออกแบบระบบ ERP ที่เหมาะสม และจะทำการติดตั้งระบบ ERP อย่างมืออาชีพ เรามีบริการฝึกอบรมการใช้งานระบบ ERP ให้กับพนักงานของคุณ พร้อมทั้งดูแลรักษาและซ่อมแซมระบบ ERP อย่างต่อเนื่อง ในราคาที่ประหยัด คุ้มค่า!

5 เหตุผลที่ธุรกิจของคุณควรใช้ ERP กับ M-CREATION

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ERP ช่วยให้คุณจัดการข้อมูล กระบวนการ และทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ประหยัดเวลา และช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างราบรื่น

ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

ERP ช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

ลดต้นทุน

ERP ช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่าย จัดการสต๊อกสินค้า และบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประหยัดต้นทุนในระยะยาว

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ERP ช่วยให้ธุรกิจของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้คุณสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เติบโตแบบก้าวกระโดด

ERP ช่วยให้คุณสามารถขยายธุรกิจของคุณได้อย่างราบรื่น ช่วยให้คุณเติบโตแบบก้าวกระโดด

ลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกใช้บริการระบบ ERP กับ M CREATION

ด้วย M-Creation เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่น ERP ชั้นนำในประเทศไทย ด้วยทีมงานมากประสบการณ์ เราเข้าใจความต้องการของธุรกิจและสามารถนำเสนอโซลูชั่น ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ และเรายังมีบริการหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกธุรกิจ Google Ads, TikTok Ads

ความหมายของ ERP คืออะไร

ERP ย่อมาจาก Erp Enterprise Resource Planning คือ ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานต่างๆ ภายในองค์กร ช่วยให้การทำงานราบรื่น รวดเร็ว แม่นยำ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้น ระบบ ERP หมาย ถึงระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น ฝ่ายการเงิน ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฯลฯ เข้าด้วยกัน

วิธีการเลือกระบบ ERP ให้เหมาะกับความต้องการของธุรกิจ

การเลือกระบบ ERP ที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจนั้น มีขั้นตอนและปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้

1. กำหนดความต้องการขององค์กรและปัญหาที่ต้องการแก้ไข

วิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ โครงสร้างองค์กร และเป้าหมายทางธุรกิจ ระบุปัญหาและอุปสรรคที่พบในกระบวนการทำงานปัจจุบัน กำหนดความต้องการของระบบ ERP ว่าต้องการฟังก์ชันอะไรบ้าง และระบุจำนวนผู้ใช้งานและประเภทของผู้ใช้งาน

2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระบบ ERP

ศึกษาประเภทของระบบ ERP ที่มีในตลาด เปรียบเทียบฟังก์ชันการทำงาน ราคา และความเสถียรของระบบ ศึกษารีวิวจากผู้ใช้งานจริง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ ERP

3. เลือกระบบ ERP ที่เหมาะสม

  • เลือกระบบ ERP ที่มีฟังก์ชันการทำงานตรงกับความต้องการขององค์กร
  • เลือกระบบ ERP ที่มีความเสถียร ปลอดภัย และใช้งานง่าย
  • เลือกระบบ ERP ที่รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
  • เลือกผู้ให้บริการระบบ ERP ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์ และมีบริการสนับสนุนที่ดี

4. ทดสอบระบบ ERP

ขอทดลองใช้งานระบบ ERP ก่อนตัดสินใจซื้อ ทดสอบระบบ ERP กับผู้ใช้งานจริง ประเมินผลการใช้งานและความพึงพอใจของผู้ใช้งาน

5. ติดตั้งและใช้งานระบบ ERP

วางแผนการติดตั้งระบบ ERP อย่างละเอียด ฝึกอบรมผู้ใช้งานให้เข้าใจการใช้งานระบบ ERP ติดตามผลการใช้งานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ปัจจัยเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา

งบประมาณ ระยะเวลาการติดตั้ง การสนับสนุนจากผู้ให้บริการ และความเสี่ยง

โปรแกรม ERP System มีกี่ประเภท

โปรแกรม ERP system แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

1. โปรแกรม ERP แบบ On-Premise

  • ติดตั้งและใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร
  • เหมาะสำหรับองค์กรที่มีงบประมาณสูง ต้องการควบคุมระบบทั้งหมด และมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล
  • ตัวอย่าง SAP S/4HANA, Oracle E-Business Suite

2. โปรแกรม ERP แบบ Cloud

  • ใช้งานผ่านระบบ Cloud โดยไม่ต้องติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์
    เหมาะสำหรับองค์กรที่มีงบ
  • ประมาณจำกัด ต้องการใช้งานระบบได้รวดเร็ว และต้องการความยืดหยุ่นสูง
  • ตัวอย่าง Salesforce, Microsoft Dynamics 365

3. โปรแกรม ERP แบบ Hybrid

  • ผสมผสานระหว่างระบบ On-Premise และ Cloud
  • เหมาะสำหรับองค์กรที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจง ต้องการควบคุมระบบบางส่วน และต้องการความยืดหยุ่น
  • ตัวอย่าง SAP Business ByDesign, Oracle Fusion Cloud ERP

นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรม ERP ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจเฉพาะประเภท เช่น โปรแกรม ERP สำหรับธุรกิจผลิต โปรแกรม ERP สำหรับธุรกิจค้าปลีก หรือโปรแกรม ERP สำหรับธุรกิจบริการ

ระบบ ERP ทำงานอย่างไรบ้าง?

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญขององค์กร ทำหน้าที่รวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูล จากทุกแผนกภายในองค์กร ช่วยให้การทำงานราบรื่น มีประสิทธิภาพ

การทำงานของระบบ ERP แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  1. การรวบรวมข้อมูล ระบบ ERP ดึงข้อมูลจากทุกแผนกในองค์กร
  2. การจัดเก็บข้อมูล ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลาง
  3. การประมวลผลข้อมูล ระบบ ERP วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเสนอรายงาน และข้อมูลเชิงลึก
  4. การนำเสนอข้อมูล ข้อมูลถูกนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รายงาน กราฟ
  5. การใช้งานข้อมูล ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูล เพื่อการตัดสินใจ

ระบบ ERP ประกอบไปด้วยโมดูลต่าง ๆ มากมาย แต่ละโมดูลทำหน้าที่จัดการข้อมูลเฉพาะด้าน ตัวอย่างโมดูลยอดนิยม เช่น

  • การเงิน จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ บัญชี การเงิน
  • การผลิต จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ การผลิต
  • การจัดซื้อ จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ การจัดซื้อ
  • การขาย จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ การขาย
  • คลังสินค้า จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ สินค้าคงคลัง
  • ทรัพยากรบุคคล จัดการข้อมูล เกี่ยวกับ พนักงาน

ERP เหมาะกับใคร

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เหมาะกับองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และ เพิ่มการเติบโต

องค์กรที่เหมาะกับการใช้ระบบ ERP

    1. องค์กรที่มีหลายแผนก ระบบ ERP ช่วยให้การทำงานระหว่างแผนกราบรื่น
    2. องค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก ระบบ ERP ช่วยจัดการข้อมูล และ วิเคราะห์ข้อมูล
    3. องค์กรที่ต้องการขยายธุรกิจ ระบบ ERP ช่วยรองรับการเติบโต
    4. องค์กรที่ต้องการลดต้นทุน ระบบ ERP ช่วยลดต้นทุน

ตัวอย่างองค์กรที่เหมาะกับการใช้ระบบ ERP

บริษัทผลิต ช่วยจัดการข้อมูล เกี่ยวกับ การผลิต
บริษัทค้าปลีก ช่วยจัดการข้อมูล เกี่ยวกับ สินค้าคงคลัง
บริษัทบริการ ช่วยจัดการข้อมูล เกี่ยวกับ ลูกค้า
โรงพยาบาล ช่วยจัดการข้อมูล เกี่ยวกับ ผู้ป่วย
หน่วยงานภาครัฐ ช่วยจัดการข้อมูล เกี่ยวกับ ประชาชน

ผลเสียเมื่อองค์กรไม่มี ERP

องค์กรที่ไม่มีระบบ ERP จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการเติบโตของธุรกิจ ดังนี้
  1. ข้อมูลไม่เป็นหนึ่งเดียว ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามแผนกต่างๆ ทำให้ยากต่อการเข้าถึง วิเคราะห์ และติดตามข้อมูล
  2. ขาดการมองภาพรวม ผู้บริหารไม่สามารถมองภาพรวมของธุรกิจได้อย่างครบถ้วน ส่งผลต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาด
  3. กระบวนการทำงานซ้ำซ้อน เกิดการทำงานซ้ำซ้อนในหลายแผนก ส่งผลเสียต่อเวลา ต้นทุน และประสิทธิภาพ
  4. ประสิทธิภาพต่ำ เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน เสียเวลาแก้ไข ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
  5. ขาดการประสานงาน การทำงานขาดการประสานงานระหว่างแผนก ทำให้เกิดปัญหาการทำงานล่าช้า
  6. ขาดการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจ
  7. เสียเปรียบคู่แข่ง คู่แข่งที่มีระบบ ERP จะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า ส่งผลต่อการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
  8. สูญเสียลูกค้า ลูกค้าไม่พอใจกับบริการที่ล่าช้า เกิดข้อผิดพลาด ส่งผลต่อการสูญเสียลูกค้า
  9. สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่
  10. ต้นทุนสูง เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สูญเสียทรัพยากร

ให้ M-Creation พาคุณเข้าสู่การใช้ระบบ ERP อย่างเต็มตัว
และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรให้คุณ

สนใจติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ERP

FREQUENTLY ASKED QUESTIONS

ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร ช่วยจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น การเงิน การขาย การผลิต การจัดซื้อจัดจ้าง คลังสินค้า ทรัพยากรบุคคล ฯลฯ
CRM (Customer Relationship Management) เป็นระบบจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า ช่วยจัดการข้อมูลลูกค้า กิจกรรมการขาย การตลาด บริการหลังการขาย ฯลฯ
สรุป

  • ERP เน้นจัดการข้อมูลภายในองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน
  • CRM เน้นจัดการข้อมูลลูกค้า เพิ่มยอดขาย พัฒนาความสัมพันธ์

การเลือกใช้ ERP หรือ CRM ขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์กร ลักษณะธุรกิจ และงบประมาณ โดยทั่วไป องค์กรควรใช้ทั้ง ERP และ CRM ร่วมกัน

erp systems คือ ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร ช่วยจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานต่างๆ ภายในองค์กร ผ่านจำนวนขั้นตอนในการติดตั้งระบบ ERP ที่ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบและขนาดขององค์กร แต่โดยทั่วไปแล้ว แบ่งออกได้ดังนี้

  1. การวิเคราะห์ความต้องการ: ศึกษาความต้องการขององค์กร กำหนดเป้าหมาย และเลือกฟังก์ชั่นที่เหมาะสม
  2. การออกแบบระบบ: ออกแบบระบบให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร
  3. การติดตั้งระบบ: ติดตั้งระบบบนเซิร์ฟเวอร์
  4. การทดสอบระบบ: ทดสอบระบบเพื่อหาข้อผิดพลาด
  5. การฝึกอบรม: ฝึกอบรมผู้ใช้ให้ใช้งานระบบ
  6. การใช้งานจริง: เริ่มใช้งานระบบ
  7. การบำรุงรักษา: ดูแลรักษาและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง
  • จัดการข้อมูล: รวบรวมข้อมูลจากทุกแผนกภายในองค์กร เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลสินค้า ข้อมูลการเงิน ข้อมูลการผลิต ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลคลังสินค้า ข้อมูลทรัพยากรบุคคล ฯลฯ
  • จัดการกระบวนการทำงาน: เชื่อมโยงกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น กระบวนการขาย กระบวนการผลิต กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการคลังสินค้า กระบวนการทรัพยากรบุคคล ฯลฯ
  • วิเคราะห์ข้อมูล: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาสนับสนุนการตัดสินใจ เช่น วิเคราะห์ยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน วิเคราะห์กำไร วิเคราะห์สินค้าคงคลัง วิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงาน ฯลฯ
  • รายงาน: ออกรายงานต่าง ๆ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน เช่น รายงานยอดขาย รายงานต้นทุน รายงานกำไร รายงานสินค้าคงคลัง รายงานประสิทธิภาพการทำงาน ฯลฯ

SAP ย่อมาจาก Systems Applications and Products เป็นชื่อ บริษัท ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ ERP เป็นหนึ่งใน ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ ERP รายใหญ่ที่สุด ของโลก ซอฟต์แวร์ ERP ของ SAP มีชื่อว่า SAP S/4HANA

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning เป็น ระบบ ที่ใช้จัดการทรัพยากรภายในองค์กร มีหลาย บริษัท ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ ERP ซอฟต์แวร์ ERP ของ SAP เป็นเพียง หนึ่งในตัวเลือก ของซอฟต์แวร์ ERP ทั้งหมด
สรุป

  • SAP เป็นบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ ERP
  • ERP เป็นระบบที่ใช้จัดการทรัพยากรภายในองค์กร
  • ซอฟต์แวร์ ERP ของ SAP มีชื่อว่า SAP S/4HANA
  • ซอฟต์แวร์ ERP ของ SAP เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกของซอฟต์แวร์ ERP ทั้งหมด
ERP Software คือ ซอฟต์แวร์วางแผนทรัพยากรองค์กร ช่วยจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในองค์กร เช่น การเงิน การขาย การผลิต การจัดซื้อจัดจ้าง คลังสินค้า ทรัพยากรบุคคล ฯลฯ

ระบบ ERP ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • ช่วยเพิ่มผลกำไร
  • ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำ
  • ช่วยให้การทำงานราบรื่น
  • ช่วยให้ข้อมูลมีความถูกต้อง