Table of Contents

ในปี 2024 นี้ ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ต่างก็ให้ความสนใจกับ Google Ads ทํายังไง เพราะเมื่อผู้คนส่วนใหญ่มีข้อสงสัยหรือต้องการหาข้อมูลอะไร ก็มักใช้ Google ในการค้นหา รวมถึงการค้นหาสินค้าและบริการต่างๆด้วย ทำให้โฆษณา Google Ads ถูกใช้ลงโฆษณา Google มากที่สุด วันนี้เราจึงมาอัปเดตวิธีทำ Google Ads ทําไง พร้อมแนะนำวิธีลงโฆษณา Google ฟรี กับ 6 วิธีสร้างแคมเปญโฆษณา Google Ads ให้ประสบความสำเร็จ


Google Ads ทํายังไง สำคัญสำหรับการหาลูกค้าใหม่แค่ไหน


โฆษณา Google ช่วยแสดงโฆษณาต่อผู้ที่ค้นหาสินค้าหรือบริการบน Google Search และเว็บไซต์อื่นๆ ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง เนื่องจาก Google มีฐานข้อมูลมากมายในทุกๆด้าน ทำให้คนเลือกใช้กันจำนวนมาก 

เมื่อมีการค้นหาข้อมูล การลงโฆษณา Google จะปรากฏให้เห็นในหน้าแรกของ Google Search สิ่งนี้ช่วยดึงดูดให้ผู้ใช้งานเลือกที่จะเข้าชมเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ได้  และยังเพิ่ม Conversion โดยสามารถตั้งค่าแคมเปญ Google Ads เพื่อกระตุ้น Conversion เช่น การซื้อสินค้า การกรอกแบบฟอร์ม หรือการสมัครสมาชิกด้วย


Google Ads คืออะไร


Google Ads เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ของ Google ช่วยให้ธุรกิจแสดงโฆษณาบน Google Search, YouTube, Google Maps และเว็บไซต์อื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกับ Google

วิธีสร้างโฆษณา Google Ads ทำยังไง ไปดูกัน  

  1. สร้างบัญชี Google Ads: ไปที่ ads.google.com และคลิก “เริ่มต้นใช้งาน”
  2. สร้างโฆษณา Google Ads
  3. เขียนข้อความที่ดึงดูดใจและน่าสนใจ
  4. เลือกวิธีการประมูลและราคาเสนอ
  5. ติดตาม วิเคราะห์ผลลัพธ์แคมเปญและปรับแต่งตามความเหมาะสม
  6. หากต้องการปิดโฆษณา google chrome หรือยกเลิก โฆษณา Google สามารถเลือกช่องข้างๆ โฆษณาที่ต้องการลบ  คลิกเมนูแบบเลื่อนลงแก้ไข และเลือกนำออกได้เลย


คำศัพท์ที่ต้องรู้เกี่ยวกับโฆษณา Google



Ad Rank

Ad Rank ใน Google Ads คือ คะแนนที่กำหนดว่าโฆษณาของคุณจะแสดงที่ไหนบนหน้าผลการค้นหา (SERP) คำนวณจาก  การประมูล ยิ่งเสนอราคาสูง คะแนน Ad Rank ก็ยิ่งสูง และคุณภาพโฆษณา ยิ่งคุณภาพโฆษณาดี คะแนน Ad Rank ก็ยิ่งสูง

โดยทั่วไป โฆษณาที่มี Ad Rank สูงมีโอกาสแสดงในตำแหน่งที่ดีกว่าและจ่ายเงินน้อยกว่า เนื่องจาก Google ต้องการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้มากที่สุด


Average Position

Average Position  คือข้อมูลที่แสดง ตำแหน่งเฉลี่ยที่โฆษณาของคุณปรากฏบนหน้าผลการค้นหา (SERP) อย่างไรAverage Position ถูกยกเลิกการใช้งานและแทนที่ด้วยข้อมูลที่แม่นยำกว่า คือ 

  • Impression (Top) %: เปอร์เซ็นต์ของการแสดงผลที่โฆษณาปรากฏใน 4 อันดับแรกบน SERP (รวมถึงอันดับ 1)
  • Impression (Absolute Top) %: เปอร์เซ็นต์ของการแสดงผลที่โฆษณาปรากฏในอันดับ 1 บน SERP

ในปัจจุบัน Average Position ไม่มีให้ใช้งานใน Google Ads อีกต่อไป และควรใช้ Impression (Top) % และ Impression (Absolute Top) % เพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งโฆษณา เนื่องจากให้ภาพรวมที่ชัดเจนกว่าเกี่ยวกับความเป็นจริงที่โฆษณาแสดงในอันดับที่สูงมากหรือไม่


Bid

Bid หมายถึง จำนวนเงินสูงสุดที่ยินดีจ่าย สำหรับการคลิกโฆษณาทั้ง 2 ประเภท คือ  CPC (Cost Per Click): จ่ายเงินเมื่อมีคนคลิกโฆษณา CPM (Cost Per Thousand Impressions): จ่ายเงินเมื่อโฆษณาแสดงผลหนึ่งพันครั้ง

กลยุทธ์ของBid คือ Manual Bidding:  กำหนดจำนวนเงินเสนอราคาเอง หรือ Smart Bidding: Google ใช้ Machine Learning เพื่อกำหนดจำนวนเงินเสนอราคาที่เหมาะสม Bid สามารถตั้งค่า ในโฆษณา Google ได้ตั้งแต่ ระดับแคมเปญ ระดับกลุ่มโฆษณา และระดับคำหลัก


Bounce Rate

Bounce Rate คือ เปอร์เซ็นต์ของเซสชันเว็บไซต์ที่ผู้เยี่ยมชมออกจากเว็บไซต์โดยไม่ได้ดูหน้าอื่นๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากหน้าที่เข้ามาครั้งแรก ตัวอย่างเช่น หาก 100 คนคลิกโฆษณา Google Ads ของคุณและเข้าสู่เว็บไซต์ แต่ไม่มีใครคลิกที่ลิงก์หรือแท็บอื่นๆบนเว็บไซต์ Bounce Rate จะเท่ากับ 100% นั่นหมายความว่าควรลด Bounce Rate ให้น้อยที่สุด

Bounce Rate สามารถบ่งบอกได้ว่า โฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ Landing Page น่าสนใจและใช้งานง่ายหรือไม่ 


Click Through Rate 

Click Through Rate (CTR) หรือ อัตราคลิกผ่าน คือ เปอร์เซ็นต์ของการแสดงผลโฆษณาที่ผู้คนคลิก คำนวณโดยหารจำนวนการคลิกด้วยจำนวนการแสดงผล แล้วคูณด้วย 100%  CTR เป็นตัวชี้วัดว่าโฆษณาดึงดูดผู้คนสนใจหรือไม่  CTR ที่ดีควรมีค่าสูง วิธีเพิ่ม CTR คือควรเขียนโฆษณาที่ดึงดูดใจและน่าสนใจ ใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้อง


Conversion

Conversion หมายถึง การกระทำใดๆ ก็ตามที่ผู้ใช้ทำบนเว็บไซต์ Conversion บ่งบอกถึง ประสิทธิภาพของแคมเปญ Google Ads  ว่าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ Conversion สูง แสดงว่าแคมเปญมีประสิทธิภาพ ดึงดูดผู้ใช้ที่สนใจ และกระตุ้นให้พวกเขาดำเนินการตามที่ต้องการ

วิธีเพิ่ม Conversion คือ ต้องสร้าง Landing Page ที่ดี ใช้ CTA (Call to Action) ที่ชัดเจน เพื่อให้เว็บไซต์น่าใช้งานและถูกใช้งานบนเว็บไซต์นานขึ้น


Cost Per Click

Cost Per Click (CPC) หมายถึง จำนวนเงินที่จ่ายทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา เป็นวิธีการชำระค่าโฆษณาที่พบบ่อยที่สุดใน Google Ads หากมีผู้โฆษณารายอื่นประมูลสำหรับคำสำคัญเดียวกัน CPC อาจสูงขึ้น หากโฆษณามีคุณภาพสูง Google อาจลดจำนวนเงินที่ต้องจ่าย

โดยรวมแล้ว CPC เป็นวิธีการชำระค่าโฆษณาที่พบบ่อยและมีประโยชน์ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจวิธีการทำงาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อ CPC และข้อดีข้อเสียก่อนที่จะใช้กลยุทธ์นี้


Keywords

Keywords คือ คำหรือวลีที่ผู้ใช้พิมพ์ลงใน Google Search Engine เพื่อค้นหาข้อมูล คีย์เวิร์ดมีบทบาทสำคัญในการทำ SEO และ SEM เพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปยังผู้ใช้ ช่วยให้เข้าใจว่าผู้ใช้กำลังค้นหาอะไรบนเว็บไซต์ ทริคเด็ดเลือก Keyword Google Ads และการใช้เครื่องมือ Keyword research tools จะช่วยให้ค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหาสูง


Quality Score     

Quality Score คือ คะแนนระหว่าง 1 ถึง 10 ที่ Google มอบให้แก่คีย์เวิร์ดแต่ละคำในแคมเปญ คะแนนนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความเกี่ยวข้อง ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ผู้ใช้ ของคีย์เวิร์ดนั้นๆ และส่งผลต่ออันดับโฆษณาตลอดจนต้นทุนต่อคลิก (CPC)

สิ่งที่ Quality Score ประเมิน คือ 

  • Relevance คีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับกลุ่มโฆษณาและ Landing Page หรือไม่ 
  • Ad Text ข้อความโฆษณา มีคีย์เวิร์ดและดึงดูดผู้ใช้หรือไม่
  • Landing Page ตรงกับความคาดหวังของผู้ใช้และใช้งานง่ายหรือไม่


Impressions    

Impressions หมายถึง จำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผลบนหน้าจอของผู้ใช้ แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ใช้เห็นโฆษณาจริง ๆ Impressions ต่างจาก Reach ตรงที่ Impressions คือ จำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผล ส่วน Reach คือจำนวนผู้ใช้ที่เห็นโฆษณา

Impressions บ่งบอกได้ว่าโฆษณาแสดงผลกว้างขวางแค่ไหน Impressions สูง แสดงว่าโฆษณาแสดงผลต่อผู้ใช้จำนวนมาก โฆษณาตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่: Impressions สูง แต่ CTR (Click-through rate) ต่ำ แสดงว่าโฆษณาอาจไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย


โฆษณา Google Ads  มีกี่ประเภท ประเภทอะไรบ้าง


โฆษณา Google Ads มีหลายประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน  ประเภทหลักๆ ของโฆษณา Google Ads ได้แก่

1. Search Network Campaign โฆษณาข้อความที่แสดงผลบนหน้าการค้นหาของ Google เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการ

2. Display Network Campaign โฆษณาแบบรูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความที่แสดงบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

3. Video Campaign โฆษณาวิดีโอที่แสดงบน YouTube และเว็บไซต์พันธมิตร เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้าหรือบริการผ่านวิดีโอ

4. Shopping Campaign โฆษณาสินค้าที่แสดงผลบนหน้าการค้นหาของ Google Shopping เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์

5. App Campaign โฆษณาที่แสดงบน Google Search Google Play YouTube และเว็บไซต์ต่างๆ  เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการโปรโมทแอปพลิเคชัน


6 วิธีสร้างแคมเปญโฆษณา Google Ads ให้ประสบความสำเร็จ 2024 



1. ใช้ฟีเจอร์การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด

  • ระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
  • สร้างโฆษณาที่ Personalized มากขึ้น
  • ศึกษาและกำหนดงบโฆษณา Google ads ราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

2. การใช้ Machine Learning และ Automation มากขึ้น

  • Google Ads จะใช้ Machine Learning และ Automation มากขึ้นเพื่อช่วยให้นักการตลาดสร้างและจัดการแคมเปญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เครื่องมือ Smart Bidding จะช่วยปรับราคาประมูลของคุณโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เครื่องมือ Automation จะช่วยคุณทำงานต่างๆ เช่น การสร้างโฆษณา การจัดการกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างรายงาน

3. เน้นการวัดผล ROI (Return on Investment)

  • นักการตลาดจะให้ความสำคัญกับการวัดผล ROI มากขึ้น
  • Google Ads จะมีเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อช่วยให้นักการตลาดวัดผล ROI ของแคมเปญได้อย่างง่ายดาย

4. การใช้ Performance Max campaigns

  • Performance Max campaigns เป็นประเภทแคมเปญใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดแสดงโฆษณาบน Google Networks ทั้งหมด
  • Performance Max campaigns จะช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงผู้ใช้ได้กว้างขึ้นและเพิ่ม Conversion
  • การโฆษณาบน YouTube มีความสำคัญมากขึ้น Google Ads จะมีเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อช่วยให้นักการตลาดสร้างโฆษณาบน YouTube ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. อัปเดต Landing Page ในการทํา โฆษณา Googleให้ตรงกับเนื้อหา

  • Landing Page ต้องเกี่ยวข้องกับโฆษณา
  • ออกแบบ Landing Page ให้ใช้งานง่าย
  • กระตุ้นให้ผู้ใช้ดำเนินการ

6. วิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับแต่งแคมเปญ

  • ติดตามผลลัพธ์ของแคมเปญอย่างสม่ำเสมอ
  • วิเคราะห์ข้อมูลและหาจุดอ่อน
  • ปรับแต่งแคมเปญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ


M creation Agency เรารับ ทํา โฆษณา Google เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ทั้งยังดูแลตลอดทั้งแคมเปญ เพื่อให้การสร้างแคมเปญโฆษณา Google Ads ของคุณประสบความสำเร็จ


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Google Ads ทำยังไง

Google Ads ราคาเท่าไร

ราคาของ Google Ads ขึ้นอยู่กับประเภทของแคมเปญและคีย์เวิร์ดการแข่งขัน แต่คุณสามารถตั้งค่างบประมาณรายวันหรือรายเดือนได้

Google Ads ใช้เวลากี่วัน

หลังจากการสร้างแคมเปญ โฆษณาของคุณอาจแสดงผลทันทีหลังจากได้รับการอนุมัติ หรืออาจใช้เวลา 1-2 วัน

Google Ads คิดเงินยังไง

Google Ads คิดเงินคิดจากประเภทของแคมเปญ เช่น Search Network campaigns จ่ายต่อคลิก (CPC) หรือ Display Network campaigns จ่ายต่อคลิก (CPC) จ่ายต่อ CPM หรือ จ่ายต่อ Conversion และคิดจากการแข่งขัน คีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงจะมีราคา CPC สูง

Google Ads มีอะไรบ้าง

โฆษณา Google Ads มีหลายประเภท ได้แก่ 1. Search Network Campaign โฆษณาข้อความ 2. Display Network Campaign โฆษณาแบบรูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความ 3. Video Campaign โฆษณาวิดีโอ 4. Shopping Campaign โฆษณาสินค้า 5. App Campaign โฆษณาที่แสดงบน Google Search 

จะเริ่มใช้โฆษณาใน Google ได้อย่างไร

เริ่มจากการสร้างบัญชี Google Ads จากนั้นควรศึกษาการโฆษณาใน Google และสามารถสร้างแคมเปญได้เลย

Share :

Facebook